การเลือกตั้งผู้รั้งตำแหน่ง และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ วาระปี พ.ศ.2564-2566

อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับสมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.2560 คณะกรรมการบริหารสมาคม ออกระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม ไว้ดังต่อไปนี้

หมวด 1
การเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคม ตามวาระ

ข้อ 1. ให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม ตามวาระทุกสองปี

ข้อ 2. ให้นายกสมาคม แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเลือกตั้งผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม และคณะกรรมการบริหารสมาคม ประกอบด้วยแพทย์อาวุโสเป็นประธานคณะอนุกรรมการ 1 ท่าน และอนุกรรมการอีก 4 ท่าน ตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ การแต่งตั้งควรแล้วเสร็จประมาณ 6 เดือน ก่อนคณะกรรมการบริหารจะหมดวาระ ฯ

คณะอนุกรรมการเลือกตั้งมีคุณสมบัติคือ
2.1 เป็นสมาชิกสามัญของสมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไม่น้อยกว่า 2 ปี
2.2 เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี ไม่เคยถูกพิพากษาลงโทษในคดีอาญา เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำในประมาทมาก่อน และไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย
2.3 เป็นผู้ไม่เคยถูกลงโทษในคดีจริยธรรมหรือถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
2.4 ไม่เป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในคณะกรรมการบริหารสมาคม ในขณะที่มีการเลือกตั้ง
2.5 ไม่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับเลือกตั้งผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม และกรรมการบริหารสมาคม

ข้อ 3. ให้คณะอนุกรรมการเลือกตั้ง ดำเนินการเลือกตั้งผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม โดยตรงจากสมาชิกสามัญ และเลือกคณะกรรมการบริหารตำแหน่งอื่นอีกจำนวน 13 ตำแหน่ง ให้แล้วเสร็จก่อนคณะกรรมการบริหารจะหมดวาระ และทราบผลภายในการประชุมใหญ่ประจำปีของสมาคม

ข้อ 4. การดำเนินการเลือกตั้ง ให้คณะอนุกรรมการเลือกตั้งประกาศ

4.1 กำหนดและวิธีการการเลือกตั้งผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม และคณะกรรมการบริหารสมาคม ตำแหน่งอื่น
4.2 สถานที่และเวลายื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง หรือใบเสนอชื่อผู้สมัคร
4.3 วันเลือกตั้ง และสถานที่
4.4 วันที่นับคะแนนเลือกตั้ง
4.5 ผลการเลือกตั้งให้สมาชิกทราบในเวลาที่สมควร

ข้อ 5. ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องเป็นสมาชิกสามัญของสมาคม ที่ดำรงความเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันที่เป็นสมาชิกจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง และมีคุณสมบัติดังนี้

5.1 เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
5.2 เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี ไม่เคยถูกพิพากษาลงโทษในคดีอาญา เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำในประมาทมาก่อน และไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย
5.3 เป็นผู้ไม่เคยถูกลงโทษในคดีจริยธรรมหรือถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
5.4 สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในกิจการของสมาคม เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของสมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ข้อ 6. การรับสมัครรับเลือกตั้ง ทำได้ 2 ทางคือ

6.1 ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งยื่นความจำนงเอง และสามารถสมัครได้เพียงตำแหน่งเดียว โดยระบุว่าสมัครเป็นผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม หรือคณะกรรมการบริหารสมาคมตำแหน่งอื่น
6.2 ให้สมาชิกสามัญเสนอชื่อ ประกอบด้วย ผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม 1 ชื่อ และกรรมการบริหารตำแหน่งอื่นอีกไม่เกิน 13 ชื่อ และผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต้องมีจำนวนผู้เสนอไม่ต่ำกว่า 3 คน จึงเป็นผู้มีสิทธิ์เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ทั้ง 2 กรณี ให้ยื่นเอกสารด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์เป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะอนุกรรมการเลือกตั้ง ณ สถานที่ และภายในกำหนดระยะเวลาที่คณะอนุกรรมการเลือกตั้งได้ประกาศไว้ โดยถือวันประทับตราที่ซองจดหมายเป็นวันที่สมัคร

ข้อ 7. ให้คณะอนุกรรมการเลือกตั้งสอบถามความสมัครใจของผู้ถูกเสนอชื่อว่าเต็มใจเข้ารับการเลือกตั้งหรือไม่ และสามารถสมัครได้เพียงตำแหน่งเดียว โดยให้ผู้ถูกเสนอชื่อระบุว่าเต็มใจเข้ารับการเลือกตั้งเป็นผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม หรือคณะกรรมการบริหารตำแหน่งอื่น

ข้อ 8. ให้คณะอนุกรรมการเลือกตั้ง ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง แล้วแจ้งรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5 แห่งระเบียบนี้ไปยังสมาชิกสามัญทุกคนโดยทางไปรษณีย์

ข้อ 9. ให้คณะอนุกรรมการเลือกตั้ง จัดส่งบัตรเลือกตั้งไปยังสมาชิกสามัญเป็นบัตรเฉพาะตัวคนละหนึ่งบัตร พร้อมกับสำเนาประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งแจ้งกำหนดวัน เวลา สิ้นสุดการลงคะแนนเลือกตั้งให้สมาชิกสามัญทราบล่วงหน้าตามสมควร

ข้อ 10. การลงคะแนนเลือกตั้ง ให้กระทำโดยการเลือกชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวนไม่เกินจำนวนผู้บริหารที่เลือกตั้งในแต่ละประเภทในวาระการเลือกตั้ง ซึ่งประกอบด้วย ผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม 1 คน และกรรมการบริหารอื่นไม่เกิน 13 คน ในบัตรเลือกตั้งที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งส่งให้ แล้วลงลายมือชื่อผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส่งถึงผู้ดำเนินการเลือกตั้งภายในกำหนดเวลาตาม ข้อ 9 แห่งระเบียบนี้

ข้อ 11. การตรวจนับคะแนนเลือกตั้งต้องเริ่มทำภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์ หลังกำหนดเวลาลงคะแนนเลือกตั้งสิ้นสุดลง โดยผู้ดำเนินการเลือกตั้งประกาศสถานที่ที่จะทำการตรวจนับคะแนน ตลอดจนกำหนดเวลาที่เริ่มนับคะแนนให้สมาชิกสามัญทราบ และการตรวจนับคะแนนต้องทำติดต่อกันไปจนสิ้นสุดในคราวเดียวกัน

ข้อ 12. บัตรเลือกตั้งที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นบัตรเสียจะถือเป็นคะแนนเลือกตั้งมิได้

ข้อ 12. บัตรเลือกตั้งที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นบัตรเสียจะถือเป็นคะแนนเลือกตั้งมิได้
12.1 บัตรซึ่งมิใช่บัตรที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งส่งให้แก่ผู้ลงลายมือชื่อในบัตรนั้น
12.2 บัตรที่มีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเกินจำนวนผู้บริหารที่จะเลือกในวาระการเลือกตั้งนั้น
12.3 บัตรที่ไม่มีลายชื่อของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
12.4 บัตรที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งยกเลิกก่อนกำหนดเวลาสิ้นสุดการลงคะแนน
12.5 บัตรที่ผู้ส่งถึงผู้ดำเนินการเลือกตั้งหลังกำหนดเวลาสิ้นสุดการลงคะแนน
บัตรที่เลือกชื่อไม่ครบจำนวนผู้บริหารที่จะเลือกตั้งในวาระการเลือกตั้งนั้นไม่เป็นบัตรเสีย แต่จะนับคะแนนผู้สมัครรับเลือกตั้งเท่าที่ปรากฏชื่อในบัตร
ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีชื่อในบัตรเลือกตั้งที่มิใช่บัตรเสีย จะได้คะแนนหนึ่งคะแนนต่อหนึ่งบัตร

ข้อ 13. ให้ผู้ดำเนินการเลือกตั้งจัดทำรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามลำดับคะแนนสูงสุดลงมา แล้วแจ้งผลการเลือกตั้งให้สมาชิกทราบโดยเร็ว
ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนเท่ากัน ให้ผู้มีชื่อในทะเบียนลำดับสมาชิกสมาคมฯ ในลำดับก่อนเป็นผู้อยู่ในอันดับต้นกว่า

ข้อ 14. ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนสูงสุดตามประกาศผลการเลือกตั้งลงมาจนครบตามจำนวนคณะกรรมการบริหาร ที่จะเลือกตั้งในแต่ละประเภทในวาระการเลือกตั้งนั้น เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหาร
ในกรณีที่ไม่มีผู้สมัครเป็นผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม หรือในกรณีที่มีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารตำแหน่งอื่นไม่ครบตามจำนวนคณะกรรมการบริหารที่จะเลือกตั้งในวาระนั้น ตามข้อบังคับสมาคม ให้ดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมเพิ่มเติมจนครบ วิธีการตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คณะอนุกรรมการเลือกตั้งทราบว่าผู้ได้รับเลือกตั้งไม่ครบจำนวน
ในกรณีหากจัดให้มีการเลือกตั้งผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคมครบ 2 ครั้ง และยังไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ให้ผู้ได้รับการเลือกตั้งตำแหน่งกรรมการบริหารอื่นจัดให้มีการประชุมคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคมจากผู้ได้รับการเลือกตั้งกรรมการบริหารอื่น วิธีการให้เป็นไปตามหมวด 2 ข้อ 3 และข้อ 4 แห่งระเบียบนี้โดยอนุโลม และจัดให้มีการเลือกตั้งโดยสมาชิกสามัญโดยตรง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดการเลือกตั้งครั้งที่สอง

ข้อ 15. การนับวาระสองปีของคณะผู้บริหารสมาคม ซึ่งได้รับเลือกตั้งในวาระเริ่มแรก ตามระเบียบนี้ให้เริ่มนับ ตั้งแต่วันที่ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี และครบวาระสองปีในวันก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่มีการประกาศผลการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดใหม่

หมวด 2
การเลือกตั้งกรรมการบริหารตำแหน่งต่างๆ ตามวาระ

ข้อ 1. การเลือกผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม เลือกตั้งโดยสมาชิกสามัญโดยตรง และดำรงตำแหน่งอุปนายกสมาคม คนที่ 1 ในวาระนั้น ถ้ามีผู้ได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน ให้ผู้มีชื่อในทะเบียนลำดับสมาชิกสมาคมฯ ในลำดับก่อนเป็นเป็นผู้ได้รับเลือก

ข้อ 2. ผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม เลื่อนเป็นนายกสมาคม ในวาระถัดไป

ข้อ 3. ในการประชุมเพื่อเลือกตำแหน่งบริหารต่าง ๆ ให้ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารสมาคม และผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคม ในวาระก่อนจัดให้มีการประชุม และจะต้องมีผู้เข้ามาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของผู้ได้รับการเลือกตั้งของสมาคม จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อ 4. การเลือกตำแหน่งอุปนายกสมาคม คนที่ 2 ให้ผู้ได้รับเลือกตั้งประชุมกัน เลือกโดยวิธีให้กรรมการบริหารเสนอชื่อ และมีกรรมการบริหารอย่างน้อยสองคนรับรอง

ผู้ได้รับการเสนอชื่อจะต้องอยู่ในที่ประชุม หรือมีหนังสือยินยอมรับตำแหน่งที่ถูกต้อง
ถ้ามีผู้ได้รับเสนอชื่อคนเดียว ให้ผู้นั้นเป็นผู้ได้รับเลือกโดยไม่ต้องออกเสียงลงคะแนน
ถ้ามีผู้ได้รับเสนอชื่อหลายคน ให้เลือกโดยลงคะแนนลับสำหรับตำแหน่งนั้น
ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือก
ถ้ามีผู้ได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน ให้มีการลงคะแนนเฉพาะผู้ได้คะแนนสูงสุดเท่ากันอีกครั้งหนึ่ง และถ้ายังได้คะแนนเท่ากันอีก ให้ผู้มีชื่อในทะเบียนลำดับสมาชิกสมาคมฯ ในลำดับก่อนเป็นผู้ได้รับเลือก

ข้อ 5. ให้นายกสมาคม เป็นผู้เลือกกรรมการบริหารตำแหน่งอื่นๆ เช่น เลขาธิการ, เหรัญญิก, นายทะเบียน, ปฏิคม/ประชาสัมพันธ์, ประธานฝ่ายวิชาการ/การศึกษาต่อเนื่อง, ประธานฝ่ายวารสาร/สารสนเทศ, ประธานฝ่ายการศึกษา/วิจัย ตำแหน่งละหนึ่งคนจากคณะกรรมการบริหาร ที่ได้รับเลือกตั้ง โดยผู้ที่ได้รับเลือกตั้งที่เหลือดำรงตำแหน่งกรรมการกลาง และแจ้งให้ที่ประชุมรับรอง

หมวด 3
การเลือกและการเลือกตั้งกรรมการบริหารแทนตำแหน่งที่ว่าง

ข้อ 1. ถ้าตำแหน่งกรรมการบริหารว่างลงเพราะเหตุใดๆ ให้คณะกรรมการบริหารสมาคมแต่งตั้งสมาชิก ผู้ได้รับเลือกตั้งในชุดปัจจุบันตามลำดับคะแนนรองลงไปเป็นกรรมการแทนจนครบจำนวนตำแหน่งที่ว่างลง และกรรมการผู้ได้รับเลือกตั้งซ่อมนั้นสามารถดำรงตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ 2. ถ้าตำแหน่งกรรมการบริหารว่างลงเกินกว่าจำนวนสมาชิกผู้ได้รับเลือกตั้งในชุดปัจจุบันตามลำดับคะแนนรองลงไป ให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารเพิ่มเติม จนครบจำนวนคณะกรรมการบริหารตามระเบียบข้อบังคับสมาคม (ไม่น้อยกว่า 11 คน) โดยสมาชิกสามัญภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่จำนวนกรรมการบริหารดังกล่าวว่างลง การดำเนินการเลือกตั้งตามหมวดที่ 1 แห่งระเบียบนี้โดยอนุโลม

ข้อ 3. ถ้าวาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน การเลือกหรือการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารแทนในตำแหน่งที่ว่างตามหมวด 3 ข้อ 1 และข้อ 2 แห่งระเบียบนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม ที่จะดำเนินการหรือไม่ก็ได้

ข้อ 4. เมื่อตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงก่อนหมดวาระ ให้ผู้รั้งตำแหน่งนายกสมาคมปฏิบัติหน้าที่เป็นนายกสมาคมแทน และเป็นผู้เลือกกรรมการบริหารตำแหน่งอื่นเพื่อบริหารงานสมาคมจนครบวาระนั้น

ข้อ 5. เมื่อตำแหน่งอุปนายกสมาคม คนที่ 1 ว่างลงก่อนหมดวาระ ให้ดำเนินการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวขึ้นแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง
การเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทนตามวรรคแรก ให้เป็นไปตามหมวด 2 แห่งระเบียบนี้โดยอนุโลม

ข้อ 6. การเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารตำแหน่งอื่นที่ว่างลง ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามหมวด 2 แห่งระเบียบนี้โดยอนุโลม

ข้อ 7. ถ้าวาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงสามสิบวัน การเลือกผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ แทนตามหมวด 3 ข้อ 4 และข้อ 5 แห่งระเบียบนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารที่จะดำเนินการหรือไม่ก็ได้
ให้ยกเลิกระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งกรรมการบริหารตามวาระ ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2547 และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

เข้าสู่ระบบ


ลงทะเบียน

(เฉพาะสมาชิก TUA เท่านั้น)

กรุณากรอกข้อมูลด้านล่าง

กู้คืนรหัสผ่านของคุณ

กรุณาระบุอีเมลของคุณ