“คุณแม่มาฝากท้อง ตรวจเจอน้องมีรูกุญแจ!?!”

สุขภาพคุยสบาย สไตล์หมอยูโร
“คุณแม่มาฝากท้อง ตรวจเจอน้องมีรูกุญแจ!?!”

       การแพทย์ในปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้ามาก ทำให้โรคหลายอย่างสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่น้องยังอยู่ในท้องคุณแม่ เครื่องมือที่สำคัญในการตรวจหาความผิดปกติของลูกน้อยในท้องก็คืออัลตราซาวด์ ความผิดปกติที่พบบ่อยสุดคือ ความผิดปกติของระบบประสาท ส่วนความผิดปกติของระบบปัสสาวะนั้นสามารถพบได้ประมาณร้อยละ 10 ของความผิดปกติทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น ภาวะไตบวมน้ำ ภาวะปัสสาวะไหลย้อน ภาวะมีสองกรวยไตในไตเดียว ภาวะไตเดี่ยว ภาวะไตผิดที่ และภาวะลิ้นอุดกั้นท่อฉี่ส่วนหลัง เป็นต้น

ภาวะลิ้นอุดกั้นท่อฉี่ส่วนหลัง (posterior urethral valves) เป็นความผิดแต่กำเนิดที่รุนแรงและเรื้อรัง เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะกระเพาะฉี่ทำงานผิดปกติและไตเสื่อมได้ในอนาคต ลิ้นที่อุดกั้นท่อฉี่นี้จะทำให้น้องในท้องฉี่ลำบาก ฉี่ออกน้อย และไหลท้นขึ้นไปที่ท่อไตได้ จนท่อไตและไตบวมน้ำ ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำคร่ำน้อย และปอดเจริญไม่ดี เมื่อคุณหมอสูติคนเก่งที่รับฝากครรภ์ทำการอัลตราซาวด์น้องที่อยู่ในท้องคุณแม่ก็จะพบว่าท่อฉี่ส่วนหลังขยายตัวใหญ่ขึ้นมากต่อมากร่วมกับกระเพาะผนังหนาที่มีฉี่ค้างอยู่เต็มที่จนมีรูปร่างคล้ายกับ “รูกุญแจ (keyhole sign)” เป๊ะๆ เลยครับ

       โรคลิ้นอุดกั้นท่อฉี่ส่วนหลังที่รู้กันตั้งแต่ก่อนจะเกิดแบบนี้ คุณหมอสูติที่ดูแลมักทำการประสานกับคุณหมอยูโรให้มาช่วยดูแลด้วย โดยส่วนใหญ่จะเป็นการทำความเข้าใจให้ความรู้เกี่ยวกับโรคที่น้องเป็นอยู่ และให้กำลังใจ คุณหมอสูติจะนัดคุณแม่มาตรวจติดตามอย่างใกล้ชิดบ่อยกว่าการฝากท้องปกติโดยทั่วไป ที่เหลือคือการเตรียมการประสานงานกับหมอยูโรและหมอเด็กในที่ๆ น้องจะคลอดออกมา โรคแบบนี้ควรคลอดในรพ.ที่มีความพร้อมเช่นรพ.จังหวัดขนาดใหญ่ รพ.ศูนย์ฯ หรือรพ.ของรร.แพทย์ เพื่อที่จะได้ทำการรักษาที่เหมาะสมที่สุดต่อไป

       เมื่อน้องคลอดออกมาแล้ว ความผิดปกติที่สำคัญคือการไม่ฉี่ใน 24 ชั่วโมงแรกของชีวิต คุณหมอยูโรมักตรวจร่างกายพบกระเพาะฉี่โป่งพอง บางรายอาจคลำพบท่อไตและไตโป่งบวมน้ำร่วมด้วย น้องบางคนที่เป็นหนักอาจจะมีอาการหายใจลำบากและหรือท้องอืดจากมีฉี่คั่งในช่องท้อง คุณหมอยูโรจะทำการสวนสายฉี่เข้าไปในท่อฉี่ เจาะเลือดส่งตรวจ ให้น้ำเกลือ แก้ไขเฉพาะหน้าให้น้องพ้นช่วงอันตราาย แล้วจึงส่งตรวจอัลตราซาวด์ไต ท่อไต และกระเพาะฉี่ สุดท้ายจะทำการส่งตรวจฉีดสีเข้าในกระเพาะฉี่เพื่อคอนเฟิร์มว่ามีลิ้นอุดกั้นท่อฉี่ส่วนหลังจริงๆ จึงจะได้ทำการรักษาที่ตรงจุดต่อไปด้วยการส่องกล้องเข้าท่อฉี่และตัดลิ้นอุดกั้นท่อฉี่นั้นซะ ในกรณีที่น้องมีอาการไม่ธรรมดาหรือเป็นมาดจะมีการรักษาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกเช่น ผ่าตัดเปิดกระเพาะฉี่ออกมาที่ท้องน้อย หรือการผ่าตัดระบายท่อไตและไตที่บวมน้ำเป็นต้น

       ดังที่ได้เกริ่นให้ทราบตั้งแต่ต้นแล้วว่าโรคลิ้นอุดกั้นท่อปัสสาวะส่วนหลังนี้เป็นโรคที่ค่อนข้างเรื้อรังและมีผลกระทบอื่นๆ อีกหลายอย่างตามมาอีกมากต่อมาก ถึงแม้ว่าเราจะได้แก้ไขการอุดกั้นที่ท่อปัสสาวะไปแล้วก็ตาม ผลกระทบที่เราไม่อยากเจอแต่อาจจะเลี่ยงไม่ได้เหล่านี้คือ

1.กลั้นฉี่ไม่อยู่ และหรือฉี่ไม่หมด จากกระเพาะฉี่ทำงานผิดปกติ
2.ฉี่ไหลย้อนจากกระเพาะฉี่ไปที่ท่อไตและไต
3.ท่อไตและไตบวมน้ำ
4.ฉี่ติดเชื้อและกรวยไตและไตอักเสบ
5.มีแผลเป็นที่ไต
6.ความดันเลือดสูง
7.ไตทำงานลดลง และเกิดภาวะไตวายเรื้อรังได้
สุดท้ายนี้ก็เช่นเดิมคือหากน้องได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคลิ้นอุดกั้นท่อฉี่ส่วนหลังแล้ว ลุงหมอก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ได้พาน้องมาตรวจติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง ขอให้น้องหายจากโรคโดยเด็ดขาด หรือมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ขอให้รูกุญแจที่อยู่ในตัวน้องเป็นรูกุญแจที่ไขเปิดไปสู่อนาคตอันสดใส เราจะสู้ไปด้วยกันครับ!!!

TUA ขอขอบคุณมากสำหรับบทความสุขภาพดีๆ จาก
ผู้เขียน รศ.นพ.พิษณุ มหาวงศ์ รพ.สวนดอก เชียงใหม่ และ
ผู้ตรวจทาน ผศ.นพ.กิตติพงษ์ พินธุโสภณ รพ.ศิริราช กรุงเทพฯ

Stay Connected

Popular Knowledge

เข้าสู่ระบบ


ลงทะเบียน

(เฉพาะสมาชิก TUA เท่านั้น)

กรุณากรอกข้อมูลด้านล่าง

กู้คืนรหัสผ่านของคุณ

กรุณาระบุอีเมลของคุณ