งานวิจัยนี้เป็นการศึกษา ผลลัพธ์ และประสิทธิภาพของการเพิ่มจำนวนการตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากเป็น 14 จุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมาก และเพิ่มความแม่นยำของการแปรผลค่า Gleason score จากผลชิ้นเนื้อ
การศึกษานี้เป็นการเก็บข้อมูล จากผู้ป่วย 2 กลุ่มที่ได้รับการตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก (Transrectal Ultrasound-guide prostate biopsy;TRUS Bx) โดยกลุ่มแรกมีผุ้ป่วย 184 ราย จะได้รับการตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก 12 ชิ้น และกลุ่มที่ 2 มีผู้ป่วย 196 ราย ที่ได้รับการตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้นเป็น 14 ชิ้น ซึ่งผู้ป่วยทั้งหมดได้รับการคัดเลือกจาก ผู้ที่มีค่า PSA > 4.0 ng/ml และ หรือสงสัยมะเร็งต่อมลูกหมากจากการตรวจร่างกายทางทวารหนัก
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มแรกพบมะเร็งต่อมลูกหมาก 35.3% ในขณะที่กลุ่มที่ 2 พบมะเร็งต่อมลูกหมาก 40.0% ซึ่งถ้าคำนวณเป็นอัตราการตรวจพบมะเร็งจากการตรวจชิ้นเนื้อนั้น พบว่ากลุ่มที่ 2 มีอัตราการตรวจพบมะเร็งที่สูงกว่ากลุ่มที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญ (p=0.034) และนอกจากนี้ ยังพบว่า ระหว่างกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 1 ในการพิจารณาจากกลุ่มผุ้ป่วยย่อยที่มีค่า PSA อยู่ระหว่าง 4-10 ng/ml นั้นกลุ่มที่ 2 มีอัตราการตรวจพบมะเร็งที่สูงขึ้นกว่ากลุ่มที่ 1 อีกอย่างมีนัยสำคัญ และยังมีความแม่นยำของการแปรผลชิ้นเนื้อค่า Gleason score เมื่อเปรียบเทียบจาการตรวจชิ้นเนื้อและผลตรวจหลังผ่าตัดต่อมลูกหมาก
จากงานวิจัยนี้ จะเห็นได้ว่า การเพิ่มการตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก (TRUS Bx)จาก 12 จุด เป็น 14 จุดนั้น ช่วยเพิ่มอัตราการตรวจพบมะเร็ง และความแม่นยำของการแปรผลชิ้นเนื้อค่า Gleason score ซึ่งอาจนำมาใช้เป็นแนวทางมาตรฐานในการตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก และช่วยในการวางแผนการรักษาต่อไปในอนาคตได้
แปลและเรียบเรียงโดย นพ.ดลลชา วาณิชย์การ
https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJU/article/view/247858/168358?fbclid=IwAR1XRijOR_LSFuv88qDvm3nUwB1ZEjAr0KWnpdmkvQir8VDJubVvTd5d0sI


